Volibear

the Thunder's Roar

พลังชีวิต : 584.48 (+86.0 /เลเวล)

พลังโจมตี : 59.544 (+3.3 /เลเวล)

ความเร็วเคลื่อนที่ : 345.0

อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต : 1.6184 (+0.13 /เลเวล)

เกราะ : 26.38 (+3.5 /เลเวล)

ต้านทานเวทย์ : 32.1 (+1.25 /เลเวล)

ประวัติเกี่ยวกับตัวละคร

เส้นทางจากทิศเหนือไปจนถึง Freljord ที่เป็นบ้านเกิดของชาว Ursine เผ่าพันธุ์ที่ดุร้าย และกระหายในสงคราม พวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งหิมะแห่งนี้มาเป็นเวลาหลายพันปี หัวหน้าชนเผ่าเป็นผู้ที่ไม่ปราณีให้แก่ศัตรู และสามารถควบคุมพลังสายฟ้าลงมาโจมตีใส่ศัตรูของพวกเขาจนหมดสิ้น Volibear เป็นผู้นำที่เป็นทั้งนักรบและผู้วิเศษของเผ่า เขาพยายามอย่างมากเพื่อที่จะปกป้องวิถีดั้งเดิมโบราณ และสืบทอดจิตวิญญาณนักรบของเผ่าเอาไว้ ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มักจะเล่าขานถึงความสำเร็จในการต่อสู้ของเผ่า Ursine แต่ในปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คนมากนัก การปกครองของชนเผ่า Ursine จะมีผู้นำปกครองอยู่ถึง 3 คน เหล่านักรบจะคอยปฏิบัติตามที่เหล่าผู้นำทั้ง 3 ชี้นำ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อื่น Volibear เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจอันยอดเยี่ยม เขาจึงได้รับการยอมรับนับถือในฐานะของนักปราชญ์ ในปัจจุบันนี้มันเป็นยุคของสันติภาพ คนในชนเผ่าจึงอยู่อย่างสงบสุข แต่นั่นกลับทำให้ Volibear เกิดความรู้สึกตื่นกลัว เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกว่าชนเผ่าของเขาอ่อนแอลง และคนในชนเผ่าส่วนใหญ่ลืมเลือนความศักดิ์สิทธิ์ในศิลปะแห่งสงครามไปแล้ว เมื่อถึงวันที่ Volibear เริ่มรู้สึกว่าจิตวิญญาณนักสู้เริ่มมอดดับลง เขาจึงเอาความวิตกกังวลไปปรึกษากับเหล่าผู้นำทั้ง 3 พวกเขาก็รับฟัง แล้วตำหนิ Volibear ว่าเขาไม่ควรทำตัวเช่นนี้ Volibear พยายามเสาะหาความรู้และสติปัญญา เขาจึงปืนขึ้นไปยังยอดภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Ursine ภูเขาแห่งนี้ถูกครอบคลุมไปด้วยเมฆพายุที่เต็มไปด้วยสายฟ้าโหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา ตามตำนานได้เล่าขานต่อกันมาว่า ถ้าเข้าไปยังบริเวณจุดศูนย์กลางของพายุได้ ที่นั่นจะมีการทำนายรอคอยอยู่ และจะปรากฏลางบอกเหตุที่จะชี้ตัวหัวหน้าเผ่าคนต่อไป เมื่อ Volibear สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีสายฟ้าประหลาดผ่าตรงมาที่ Volibear มันทำให้เขาสลบไป เมื่อเขารู้สึกขึ้นมา เขาสามารถรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขามองเห็นลางบอกเหตุที่น่ากลัวเกี่ยวกับ Freljord ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอันชั่วร้าย อีกทั้ง Volibear ยังเห็นชาวเผ่า Ursine ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจากอสูรน้ำแข็งที่แสนโหดร้าย เขารู้ได้ในทันทีว่าเผ่าพันธุ์ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และมีโอกาสจะพินาศลงได้อย่างง่ายดาย เพราะพวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือกับสงครามครั้งนี้ Volibear รีบเดินทางลงมาจากภูเขาทันที เพื่อที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาได้เห็นมา แต่เมื่อลงมาตามเส้นทาง เขาก็พบกับชาว Ursine 3 คนเข้ามาขวาง นั่นก็คือเหล่า 3 ผู้นำของเผ่า ทั้งสามคนรู้ว่าเขาจะทำให้ความสงบสุขในตอนนี้จบสิ้นลง พวกเขาไม่ฟังคำเตือนจาก Volibear และบอกให้เขาสงบปากเอาไว้ หรือถ้าเขาไม่ยอมทำตามคงจะต้องจัดการเขาซะ ณ ที่แห่งนี้ ด้วยความเด็ดเดี่ยว และยังยืนกรานเหมือนเดิม Volibear จะต้องบอกเรื่องนี้กับชนเผ่าของเขาให้ได้ เพราะว่าความอยู่รอดของเหล่าชนเผ่านั้นขึ้นอยู่กับข้อความของเขาในครั้งนี้ และเขาจึงเข้าต่อสู้กับเหล่าสามผู้นำอย่างดุเดือด แต่การปะทะในครั้งนี้ทำให้เขาต้องยอมจำนนต่ออีกฝ่าย แต่แล้วทันใดนั้น เขาก็คำรามออกมา ทำให้เขาได้รับพลังจากพายุสายฟ้า ในตอนนี้เองที่เขาสามารถปลดปล่อยพลังเสียงคำรามแห่งสายฟ้าได้ แล้วจึงเข้าปะทะกับเหล่านักรบทั้งสาม เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหว จนในที่สุด เขาก็สามารถล้มทั้งสามลงได้ และทั้งสามก็ได้เห็นถึงสัญลักษณ์แห่งผู้นำชนเผ่า Ursine นั่นคือพลังแห่งพายุสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จากสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าสามผู้นำได้รับรู้ และยอมรับ Volibear เป็นตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของชนเผ่า ในฐานะผู้นำคนใหม่ของเหล่า Ursine ด้วยอำนาจและอิทธพลที่ได้รับ ทำให้คำสั่งของเขามีอำนาจเด็ดขาดต่อเผ่าพันธุ์ เขาได้ปลุกชนเผ่าให้ตื่นตัวจากความสงบ ฟื้นฟูประเพณีการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ และได้สานสัมพันธ์ไมตรีกับ Sejuani นักรบหญิง ทำให้เกิดการรวมทีมกัน เพื่อที่จะปราบเหล่าปีศาจร้าย เมื่อเวลาผ่านไป ชนเผ่าของเขาก็ได้เติมโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกลับมาเป็นที่รู้จักของนักรบในตำนานที่น่าเกรงขามอีกครั้ง Volibear และชนเผ่าของเขาได้ยืนหยัดขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวันอันมืดมิดแห่งดินแดนน้ำแข็งสุดขอบฟ้าแห่งนี้ ''ถ้าไม่มีสงคราม เหล่า Ursine ก็ไม่รู้จักกับความสงบสุข'' -- Volibear

อ่านต่อ

รายละเอียดสกิล

สกิน

รายละเอียดสกิล

Chosen of the Storm



เมื่อพลังชีวิตของ Volibear ตกไปอยู่ในระดับที่อันตราย เขาจะฟื้นฟูพลังชีวิตของตนเอง


Rolling Thunder


: 40/40/40/40/40 มานา
: 12/11/10/9/8 วินาที

Volibear ทิ้งขาทั้งสี่ลง เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อวิ่งไล่แชมป์เปี้ยนศัตรู ศัตรูคนแรกที่เขาโจมตีจะถูกโยนไปหลัง Volibear

Volibear ก้มตัววิ่งออกล่าเหยื่อ เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ 15/15/15/15/15% เป็นระยะเวลา 4/4/4/4/4 วินาที ความเร็วเคลื่อนที่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นได้ถึง 30/35/40/45/50% ในขณะที่วิ่งเข้าหาแชมป์เปี้ยนศัตรู การโจมตีถัดไปของ Volibear จะสร้างความเสียหายกายภาพ 30/60/90/120/150 หน่วย และโยนศัตรูไปด้านหลังของเขา


Frenzy


: 35/35/35/35/35 มานา
: 18/18/18/18/18 วินาที

เมื่อ Volibear โจมตีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาโจมตีได้เร็วขึ้น เมื่อ Volibear โจมตีต่อเนื่องครบสามครั้ง เขาจะสามารถกัดจุดตายของเป้าหมายได้ ทำให้เกิดแผลร้ายแรง สร้างความเสียหายโดยขึ้นอยู่กับพลังชีวิตที่หายไปของเป้าหมาย

ติดตัว: Volibear ได้รับความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 8/11/14/17/20% ต่อการโจมตีในแต่ละครั้ง มีผลซ้อนกันได้สูงสุด 3/3/3/3/3 ครั้ง กดใช้: เมื่อ Volibear สะสมผลของสกิล Frenzy ได้ครบ 3/3/3/3/3 ครั้ง เขาสามารถกัดเป้าหมายอย่างรุนแรง เพื่อสร้างความเสียหายกายภาพ 80/125/170/215/260 (+ [15/15/15/15/15% ของโบนัสพลังชีวิต]) หน่วย ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีก 1/1/1/1/1% ต่อพลังชีวิตที่หายไป ของเป้าหมายทุก ๆ 1/1/1/1/1% ถ้าหาก Volibear กัดสัตว์ป่า จะทำให้ Frenzy มีคูลดาวน์ลดลง @Effect6Amount*100@%


Majestic Roar


: 60/65/70/75/80 มานา
: 11/11/11/11/11 วินาที

Volibear คำรามอย่างดุดัน สร้างความเสียหาย และลดความเร็วเคลื่อนที่ของศัตรู แต่ Minion และ Monster จะติดสถานะหวาดกลัวแทน

Volibear จะสร้างความเสียหายเวทย์ 60/105/150/195/240 (+0.6) หน่วย แก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ ทั้งหมด และลดความเร็วเคลื่อนที่ของเป้าหมายลง 30/35/40/45/50% เป็นเวลา 3/3/3/3/3 วินาที Minion และสัตว์ป่า จะติดสถานะหวาดกลัวอีกด้วย


Thunder Claws


: 100/100/100 มานา
: 100/90/80 วินาที

Volibear เชื่อมต่อกับพลังสายฟ้า ทำให้การโจมตีของเขาช็อตศัตรูด้วยสายฟ้า ซึ่งจะชิ่งไประหว่างศัตรูด้วยกัน

Volibear เรียกสายฟ้าออกมาปกคลุมกรงเล็บของเขา เพิ่มความเสียหายให้กับการโจมตีของเขาเป็นเวลา 12/12/12 วินาที เพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่มอีก 75/115/155 (+0.3) หน่วย ซึ่งสามารถชิ่งไปยังเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้อีก 4/4/4 ตัว


ประวัติเกี่ยวกับตัวละคร

เส้นทางจากทิศเหนือไปจนถึง Freljord ที่เป็นบ้านเกิดของชาว Ursine เผ่าพันธุ์ที่ดุร้าย และกระหายในสงคราม พวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งหิมะแห่งนี้มาเป็นเวลาหลายพันปี หัวหน้าชนเผ่าเป็นผู้ที่ไม่ปราณีให้แก่ศัตรู และสามารถควบคุมพลังสายฟ้าลงมาโจมตีใส่ศัตรูของพวกเขาจนหมดสิ้น Volibear เป็นผู้นำที่เป็นทั้งนักรบและผู้วิเศษของเผ่า เขาพยายามอย่างมากเพื่อที่จะปกป้องวิถีดั้งเดิมโบราณ และสืบทอดจิตวิญญาณนักรบของเผ่าเอาไว้

ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มักจะเล่าขานถึงความสำเร็จในการต่อสู้ของเผ่า Ursine แต่ในปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คนมากนัก การปกครองของชนเผ่า Ursine จะมีผู้นำปกครองอยู่ถึง 3 คน เหล่านักรบจะคอยปฏิบัติตามที่เหล่าผู้นำทั้ง 3 ชี้นำ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อื่น Volibear เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจอันยอดเยี่ยม เขาจึงได้รับการยอมรับนับถือในฐานะของนักปราชญ์ ในปัจจุบันนี้มันเป็นยุคของสันติภาพ คนในชนเผ่าจึงอยู่อย่างสงบสุข แต่นั่นกลับทำให้ Volibear เกิดความรู้สึกตื่นกลัว เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกว่าชนเผ่าของเขาอ่อนแอลง และคนในชนเผ่าส่วนใหญ่ลืมเลือนความศักดิ์สิทธิ์ในศิลปะแห่งสงครามไปแล้ว เมื่อถึงวันที่ Volibear เริ่มรู้สึกว่าจิตวิญญาณนักสู้เริ่มมอดดับลง เขาจึงเอาความวิตกกังวลไปปรึกษากับเหล่าผู้นำทั้ง 3 พวกเขาก็รับฟัง แล้วตำหนิ Volibear ว่าเขาไม่ควรทำตัวเช่นนี้

Volibear พยายามเสาะหาความรู้และสติปัญญา เขาจึงปืนขึ้นไปยังยอดภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Ursine ภูเขาแห่งนี้ถูกครอบคลุมไปด้วยเมฆพายุที่เต็มไปด้วยสายฟ้าโหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา ตามตำนานได้เล่าขานต่อกันมาว่า ถ้าเข้าไปยังบริเวณจุดศูนย์กลางของพายุได้ ที่นั่นจะมีการทำนายรอคอยอยู่ และจะปรากฏลางบอกเหตุที่จะชี้ตัวหัวหน้าเผ่าคนต่อไป เมื่อ Volibear สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีสายฟ้าประหลาดผ่าตรงมาที่ Volibear มันทำให้เขาสลบไป เมื่อเขารู้สึกขึ้นมา เขาสามารถรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขามองเห็นลางบอกเหตุที่น่ากลัวเกี่ยวกับ Freljord ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอันชั่วร้าย อีกทั้ง Volibear ยังเห็นชาวเผ่า Ursine ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจากอสูรน้ำแข็งที่แสนโหดร้าย เขารู้ได้ในทันทีว่าเผ่าพันธุ์ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และมีโอกาสจะพินาศลงได้อย่างง่ายดาย เพราะพวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือกับสงครามครั้งนี้

Volibear รีบเดินทางลงมาจากภูเขาทันที เพื่อที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาได้เห็นมา แต่เมื่อลงมาตามเส้นทาง เขาก็พบกับชาว Ursine 3 คนเข้ามาขวาง นั่นก็คือเหล่า 3 ผู้นำของเผ่า ทั้งสามคนรู้ว่าเขาจะทำให้ความสงบสุขในตอนนี้จบสิ้นลง พวกเขาไม่ฟังคำเตือนจาก Volibear และบอกให้เขาสงบปากเอาไว้ หรือถ้าเขาไม่ยอมทำตามคงจะต้องจัดการเขาซะ ณ ที่แห่งนี้ ด้วยความเด็ดเดี่ยว และยังยืนกรานเหมือนเดิม Volibear จะต้องบอกเรื่องนี้กับชนเผ่าของเขาให้ได้ เพราะว่าความอยู่รอดของเหล่าชนเผ่านั้นขึ้นอยู่กับข้อความของเขาในครั้งนี้ และเขาจึงเข้าต่อสู้กับเหล่าสามผู้นำอย่างดุเดือด แต่การปะทะในครั้งนี้ทำให้เขาต้องยอมจำนนต่ออีกฝ่าย แต่แล้วทันใดนั้น เขาก็คำรามออกมา ทำให้เขาได้รับพลังจากพายุสายฟ้า ในตอนนี้เองที่เขาสามารถปลดปล่อยพลังเสียงคำรามแห่งสายฟ้าได้ แล้วจึงเข้าปะทะกับเหล่านักรบทั้งสาม เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหว จนในที่สุด เขาก็สามารถล้มทั้งสามลงได้ และทั้งสามก็ได้เห็นถึงสัญลักษณ์แห่งผู้นำชนเผ่า Ursine นั่นคือพลังแห่งพายุสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์

จากสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าสามผู้นำได้รับรู้ และยอมรับ Volibear เป็นตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของชนเผ่า ในฐานะผู้นำคนใหม่ของเหล่า Ursine ด้วยอำนาจและอิทธพลที่ได้รับ ทำให้คำสั่งของเขามีอำนาจเด็ดขาดต่อเผ่าพันธุ์ เขาได้ปลุกชนเผ่าให้ตื่นตัวจากความสงบ ฟื้นฟูประเพณีการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ และได้สานสัมพันธ์ไมตรีกับ Sejuani นักรบหญิง ทำให้เกิดการรวมทีมกัน เพื่อที่จะปราบเหล่าปีศาจร้าย เมื่อเวลาผ่านไป ชนเผ่าของเขาก็ได้เติมโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกลับมาเป็นที่รู้จักของนักรบในตำนานที่น่าเกรงขามอีกครั้ง Volibear และชนเผ่าของเขาได้ยืนหยัดขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวันอันมืดมิดแห่งดินแดนน้ำแข็งสุดขอบฟ้าแห่งนี้

''ถ้าไม่มีสงคราม เหล่า Ursine ก็ไม่รู้จักกับความสงบสุข''

-- Volibear

Chosen of the Storm

เมื่อพลังชีวิตของ Volibear ตกไปอยู่ในระดับที่อันตราย เขาจะฟื้นฟูพลังชีวิตของตนเอง

Rolling Thunder

Volibear ทิ้งขาทั้งสี่ลง เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อวิ่งไล่แชมป์เปี้ยนศัตรู ศัตรูคนแรกที่เขาโจมตีจะถูกโยนไปหลัง Volibear

Frenzy

เมื่อ Volibear โจมตีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาโจมตีได้เร็วขึ้น เมื่อ Volibear โจมตีต่อเนื่องครบสามครั้ง เขาจะสามารถกัดจุดตายของเป้าหมายได้ ทำให้เกิดแผลร้ายแรง สร้างความเสียหายโดยขึ้นอยู่กับพลังชีวิตที่หายไปของเป้าหมาย

Majestic Roar

Volibear คำรามอย่างดุดัน สร้างความเสียหาย และลดความเร็วเคลื่อนที่ของศัตรู แต่ Minion และ Monster จะติดสถานะหวาดกลัวแทน

Thunder Claws

Volibear เชื่อมต่อกับพลังสายฟ้า ทำให้การโจมตีของเขาช็อตศัตรูด้วยสายฟ้า ซึ่งจะชิ่งไประหว่างศัตรูด้วยกัน