Volibear

the Thunder's Roar

พลังชีวิต : 440.0 (+86.0 /เลเวล)

พลังโจมตี : 54.0 (+3.3 /เลเวล)

ความเร็วเคลื่อนที่ : 345.0

อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต : 1.4 (+0.13 /เลเวล)

เกราะ : 20.5 (+3.5 /เลเวล)

ต้านทานเวทย์ : 30.0 (+1.25 /เลเวล)

ประวัติเกี่ยวกับตัวละคร

เส้นทางจากทิศเหนือไปจนถึง Freljord ที่เป็นบ้านเกิดของชาว Ursine เผ่าพันธุ์ที่ดุร้าย และกระหายในสงคราม พวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งหิมะแห่งนี้มาเป็นเวลาหลายพันปี หัวหน้าชนเผ่าเป็นผู้ที่ไม่ปราณีให้แก่ศัตรู และสามารถควบคุมพลังสายฟ้าลงมาโจมตีใส่ศัตรูของพวกเขาจนหมดสิ้น Volibear เป็นผู้นำที่เป็นทั้งนักรบ และผู้วิเศษของเผ่า เขาพยายามอย่างมาก เพื่อที่จะปกป้องวิถีดั้งเดิมโบราณ และสืบทอดจิตวิญญาณนักรบของเผ่าเอาไว้ ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มักจะเล่าขานถึงความสำเร็จในการต่อสู้ของเผ่า Ursine แต่ในปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คนมากนัก การปกครองของชนเผ่า Ursine จะมีผู้นำปกครองอยู่ถึง 3 คน เหล่านักรบจะคอยปฏิบัติตามที่เหล่าผู้นำทั้ง 3 ชี้นำ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อื่น Volibear เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจอันยอดเยี่ยม เขาจึงได้รับการยอมรับนับถือในฐานะของนักปราชญ์ ในปัจจุบันนี้มันเป็นยุคของสันติภาพ คนในชนเผ่าจึงอยู่อย่างสงบสุข แต่นั่นกลับทำให้ Volibear เกิดความรู้สึกตื่นกลัว เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกว่าชนเผ่าของเขาอ่อนแอลง และคนในชนเผ่าส่วนใหญ่ลืมเลือนความศักดิ์สิทธิ์ในศิลปะแห่งสงครามไปแล้ว เมื่อถึงวันที่ Volibear เริ่มรู้สึกว่าจิตวิญญาณนักสู้เริ่มมอดดับลง เขาจึงเอาความวิตกกังวลไปปรึกษากับเหล่าผู้นำทั้ง 3 พวกเขาก็รับฟัง แล้วตำหนิ Volibear ว่าเขาไม่ควรทำตัวเช่นนี้ Volibear พยายามเสาะหาความรู้และสติปัญญา เขาจึงปืนขึ้นไปยังยอดภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Ursine ภูเขาแห่งนี้ ถูกครอบคลุมไปด้วยเมฆพายุ ที่เต็มไปด้วยสายฟ้าโหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา ตามตำนานได้เล่าขานต่อกันมาว่า ถ้าเข้าไปยังบริเวณจุดศูนย์กลางของพายุได้ ที่นั่นจะมีการทำนายรอคอยอยู่ และจะปรากฏลางบอกเหตุที่จะชี้ตัวหัวหน้าเผ่าคนต่อไป เมื่อ Volibear สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีสายฟ้าประหลาดผ่าตรงมาที่ Volibear มันทำให้เขาสลบไป เมื่อเขารู้สึกขึ้นมา เขาสามารถรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขามองเห็นลางบอกเหตุที่น่ากลัวเกี่ยวกับ Freljord ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอันชั่วร้าย อีกทั้ง Volibear ยังเห็นชาวเผ่า Ursine ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจากอสูรน้ำแข็งที่แสนโหดร้าย เขารู้ได้ในทันทีว่าเผ่าพันธุ์ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และมีโอกาสจะพินาศลงได้อย่างง่ายดาย เพราะพวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือกับสงครามครั้งนี้ Volibear รีบเดินทางลงมาจากภูเขาทันที เพื่อที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาได้เห็นมา แต่เมื่อลงมาตามเส้นทาง เขาก็พบกับชาว Ursine 3 คนเข้ามาขวาง นั่นก็คือเหล่า 3 ผู้นำของเผ่า ทั้งสามคนรู้ว่าเขาจะทำให้ความสงบสุขในตอนนี้จบสิ้นลง พวกเขาไม่ฟังคำเตือนจาก Volibear และบอกให้เขาสงบปากเอาไว้ หรือถ้าเขาไม่ยอมทำตามคงจะต้องจัดการเขาซะ ณ ที่แห่งนี้ ด้วยความเด็ดเดี่ยว และยังยืนกรานเหมือนเดิม Volibear จะต้องบอกเรื่องนี้กับชนเผ่าของเขาให้ได้ เพราะว่าความอยู่รอดของเหล่าชนเผ่านั้นขึ้นอยู่กับข้อความของเขาในครั้งนี้ และเขาจึงเข้าต่อสู้กับเหล่าสามผู้นำอย่างดุเดือด แต่การปะทะในครั้งนี้ทำให้เขาต้องยอมจำนนต่ออีกฝ่าย แต่แล้วทันใดนั้น เขาก็คำรามออกมา ทำให้เขาได้รับพลังจากพายุสายฟ้า ในตอนนี้เองที่เขาสามารถปลดปล่อยพลังเสียงคำรามแห่งสายฟ้าได้ แล้วจึงเข้าปะทะกับเหล่านักรบทั้งสาม เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหว จนในที่สุด เขาก็สามารถล้มทั้งสามลงได้ และทั้งสามก็ได้เห็นถึงสัญลักษณ์แห่งผู้นำชนเผ่า Ursine นั่นคือพลังแห่งพายุสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จากสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าสามผู้นำได้รับรู้ และยอมรับ Volibear เป็นตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของชนเผ่า ในฐานะผู้นำคนใหม่ของเหล่า Ursine ด้วยอำนาจ และอิทธพลที่ได้รับ ทำให้คำสั่งของเขามีอำนาจเด็ดขาดต่อเผ่าพันธุ์ เขาได้ปลุกชนเผ่าให้ตื่นตัวจากความสงบ ฟื้นฟูประเพณีการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ และได้สานสัมพันธ์ไมตรีกับ Sejuani นักรบหญิง ทำให้เกิดการรวมทีมกัน เพื่อที่จะปราบเหล่าปีศาจร้าย เมื่อเวลาผ่านไป ชนเผ่าของเขาก็ได้เติมโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกลับมาเป็นที่รู้จักของนักรบในตำนานที่น่าเกรงขามอีกครั้ง Volibear และชนเผ่าของเขาได้ยืนหยัดขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวันอันมืดมิดแห่งดินแดนน้ำแข็งสุดขอบฟ้าแห่งนี้ ''ถ้าไม่มีสงคราม เหล่า Ursine ก็ไม่รู้จักกับความสงบสุข'' -- Volibear

อ่านต่อ

รายละเอียดสกิล

สกิน

รายละเอียดสกิล

Chosen of the Storm

เมื่อพลังชีวิตของ Volibear ตกไปอยู่ในระดับที่อันตราย เขาจะฟื้นฟูพลังชีวิตของตนเอง


Rolling Thunder

Volibear ทิ้งขาทั้งสี่ลง เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อวิ่งไล่ Champion ศัตรู ศัตรูคนแรกที่เขาโจมตีจะถูกโยนไปหลัง VolibearVolibear ก้มตัววิ่งออกล่าเหยื่อ เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ 15/15/15/15/15% เป็นระยะเวลา 4/4/4/4/4 วินาที ความเร็วเคลื่อนที่ จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นได้ถึง 30/35/40/45/50% ในขณะที่วิ่งเข้าหาแชมป์เปี้ยนศัตรู การโจมตีถัดไปของ Volibear จะสร้างความเสียหายกายภาพ 30/60/90/120/150 และโยนศัตรูไปด้านหลังของเขา


Frenzy

เมื่อ Volibear โจมตีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาโจมตีได้เร็วขึ้น เมื่อ Volibear โจมตีต่อเนื่องครบสามครั้ง เขาจะสามารถกัดจุดตายของเป้าหมายได้ ทำให้เกิดแผลร้ายแรง สร้างความเสียหายโดยขึ้นอยู่กับพลังชีวิตที่หายไปของเป้าหมายติดตัว: Volibear ได้รับความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 8/11/14/17/20% ต่อการโจมตีในแต่ละครั้ง มีผลซ้อนกันได้สูงสุด 3/3/3/3/3 ครั้ง กดใช้: เมื่อ Volibear สะสมผลของสกิล Frenzy ได้ครบ 3/3/3/3/3 ครั้ง เขาสามารถกัดเป้าหมายอย่างรุนแรง เพื่อสร้างความเสียหายกายภาพ 80/125/170/215/260 (+ [15/15/15/15/15% ของโบนัสพลังชีวิต]) ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีก 1/1/1/1/1% ต่อพลังชีวิตที่หายไป ของเป้าหมายทุกๆ 1/1/1/1/1%


Majestic Roar

Volibear คำรามอย่างดุดัน สร้างความเสียหาย และลดความเร็วเคลื่อนที่ ของศัตรู แต่ Minion และ Monster จะติดสถานะ หวาดกลัวแทนVolibear จะสร้างความเสียหายเวทย์ 60/105/150/195/240 (+0.6) แก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ๆทั้งหมด และลดความเร็วเคลื่อนที่ของเป้าหมายลง 30/35/40/45/50% เป็นเวลา 3/3/3/3/3 วินาที Minion และ Monster จะติดสถานะหวาดกลัวอีกด้วย


Thunder Claws

Volibear เชื่อมต่อกับพลังสายฟ้า ซึ่งทำให้การโจมตีของเขาช็อตศัตรูด้วยสายฟ้าซึ่งจะชิ่งไประหว่างศัตรูด้วยกันVolibear เรียกสายฟ้าออกมา ปกคลุมกรงเล็บของเขา เพิ่มความเสียหายให้กับการโจมตีของเขาเป็นเวลา 12/12/12 วินาที เพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่มอีก 75/115/155 (+0.3) ซึ่งสามารถชิ่งไปยังเป้าหมายที่อยู่ใกล้ๆได้อีก 4/4/4 ตัวด้วย


ประวัติเกี่ยวกับตัวละคร

เส้นทางจากทิศเหนือไปจนถึง Freljord ที่เป็นบ้านเกิดของชาว Ursine เผ่าพันธุ์ที่ดุร้าย และกระหายในสงคราม พวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งหิมะแห่งนี้มาเป็นเวลาหลายพันปี หัวหน้าชนเผ่าเป็นผู้ที่ไม่ปราณีให้แก่ศัตรู และสามารถควบคุมพลังสายฟ้าลงมาโจมตีใส่ศัตรูของพวกเขาจนหมดสิ้น Volibear เป็นผู้นำที่เป็นทั้งนักรบ และผู้วิเศษของเผ่า เขาพยายามอย่างมาก เพื่อที่จะปกป้องวิถีดั้งเดิมโบราณ และสืบทอดจิตวิญญาณนักรบของเผ่าเอาไว้

ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มักจะเล่าขานถึงความสำเร็จในการต่อสู้ของเผ่า Ursine แต่ในปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คนมากนัก การปกครองของชนเผ่า Ursine จะมีผู้นำปกครองอยู่ถึง 3 คน เหล่านักรบจะคอยปฏิบัติตามที่เหล่าผู้นำทั้ง 3 ชี้นำ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อื่น Volibear เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจอันยอดเยี่ยม เขาจึงได้รับการยอมรับนับถือในฐานะของนักปราชญ์ ในปัจจุบันนี้มันเป็นยุคของสันติภาพ คนในชนเผ่าจึงอยู่อย่างสงบสุข แต่นั่นกลับทำให้ Volibear เกิดความรู้สึกตื่นกลัว เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกว่าชนเผ่าของเขาอ่อนแอลง และคนในชนเผ่าส่วนใหญ่ลืมเลือนความศักดิ์สิทธิ์ในศิลปะแห่งสงครามไปแล้ว เมื่อถึงวันที่ Volibear เริ่มรู้สึกว่าจิตวิญญาณนักสู้เริ่มมอดดับลง เขาจึงเอาความวิตกกังวลไปปรึกษากับเหล่าผู้นำทั้ง 3 พวกเขาก็รับฟัง แล้วตำหนิ Volibear ว่าเขาไม่ควรทำตัวเช่นนี้

Volibear พยายามเสาะหาความรู้และสติปัญญา เขาจึงปืนขึ้นไปยังยอดภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Ursine ภูเขาแห่งนี้ ถูกครอบคลุมไปด้วยเมฆพายุ ที่เต็มไปด้วยสายฟ้าโหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา ตามตำนานได้เล่าขานต่อกันมาว่า ถ้าเข้าไปยังบริเวณจุดศูนย์กลางของพายุได้ ที่นั่นจะมีการทำนายรอคอยอยู่ และจะปรากฏลางบอกเหตุที่จะชี้ตัวหัวหน้าเผ่าคนต่อไป เมื่อ Volibear สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีสายฟ้าประหลาดผ่าตรงมาที่ Volibear มันทำให้เขาสลบไป เมื่อเขารู้สึกขึ้นมา เขาสามารถรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขามองเห็นลางบอกเหตุที่น่ากลัวเกี่ยวกับ Freljord ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอันชั่วร้าย อีกทั้ง Volibear ยังเห็นชาวเผ่า Ursine ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจากอสูรน้ำแข็งที่แสนโหดร้าย เขารู้ได้ในทันทีว่าเผ่าพันธุ์ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และมีโอกาสจะพินาศลงได้อย่างง่ายดาย เพราะพวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือกับสงครามครั้งนี้

Volibear รีบเดินทางลงมาจากภูเขาทันที เพื่อที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาได้เห็นมา แต่เมื่อลงมาตามเส้นทาง เขาก็พบกับชาว Ursine 3 คนเข้ามาขวาง นั่นก็คือเหล่า 3 ผู้นำของเผ่า ทั้งสามคนรู้ว่าเขาจะทำให้ความสงบสุขในตอนนี้จบสิ้นลง พวกเขาไม่ฟังคำเตือนจาก Volibear และบอกให้เขาสงบปากเอาไว้ หรือถ้าเขาไม่ยอมทำตามคงจะต้องจัดการเขาซะ ณ ที่แห่งนี้ ด้วยความเด็ดเดี่ยว และยังยืนกรานเหมือนเดิม Volibear จะต้องบอกเรื่องนี้กับชนเผ่าของเขาให้ได้ เพราะว่าความอยู่รอดของเหล่าชนเผ่านั้นขึ้นอยู่กับข้อความของเขาในครั้งนี้ และเขาจึงเข้าต่อสู้กับเหล่าสามผู้นำอย่างดุเดือด แต่การปะทะในครั้งนี้ทำให้เขาต้องยอมจำนนต่ออีกฝ่าย แต่แล้วทันใดนั้น เขาก็คำรามออกมา ทำให้เขาได้รับพลังจากพายุสายฟ้า ในตอนนี้เองที่เขาสามารถปลดปล่อยพลังเสียงคำรามแห่งสายฟ้าได้ แล้วจึงเข้าปะทะกับเหล่านักรบทั้งสาม เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหว จนในที่สุด เขาก็สามารถล้มทั้งสามลงได้ และทั้งสามก็ได้เห็นถึงสัญลักษณ์แห่งผู้นำชนเผ่า Ursine นั่นคือพลังแห่งพายุสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์

จากสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าสามผู้นำได้รับรู้ และยอมรับ Volibear เป็นตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของชนเผ่า ในฐานะผู้นำคนใหม่ของเหล่า Ursine ด้วยอำนาจ และอิทธพลที่ได้รับ ทำให้คำสั่งของเขามีอำนาจเด็ดขาดต่อเผ่าพันธุ์ เขาได้ปลุกชนเผ่าให้ตื่นตัวจากความสงบ ฟื้นฟูประเพณีการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ และได้สานสัมพันธ์ไมตรีกับ Sejuani นักรบหญิง ทำให้เกิดการรวมทีมกัน เพื่อที่จะปราบเหล่าปีศาจร้าย เมื่อเวลาผ่านไป ชนเผ่าของเขาก็ได้เติมโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกลับมาเป็นที่รู้จักของนักรบในตำนานที่น่าเกรงขามอีกครั้ง Volibear และชนเผ่าของเขาได้ยืนหยัดขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวันอันมืดมิดแห่งดินแดนน้ำแข็งสุดขอบฟ้าแห่งนี้

''ถ้าไม่มีสงคราม เหล่า Ursine ก็ไม่รู้จักกับความสงบสุข''

-- Volibear

Chosen of the Storm

เมื่อพลังชีวิตของ Volibear ตกไปอยู่ในระดับที่อันตราย เขาจะฟื้นฟูพลังชีวิตของตนเอง

Rolling Thunder

Volibear ทิ้งขาทั้งสี่ลง เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อวิ่งไล่ Champion ศัตรู ศัตรูคนแรกที่เขาโจมตีจะถูกโยนไปหลัง Volibear

Frenzy

เมื่อ Volibear โจมตีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาโจมตีได้เร็วขึ้น เมื่อ Volibear โจมตีต่อเนื่องครบสามครั้ง เขาจะสามารถกัดจุดตายของเป้าหมายได้ ทำให้เกิดแผลร้ายแรง สร้างความเสียหายโดยขึ้นอยู่กับพลังชีวิตที่หายไปของเป้าหมาย

Majestic Roar

Volibear คำรามอย่างดุดัน สร้างความเสียหาย และลดความเร็วเคลื่อนที่ ของศัตรู แต่ Minion และ Monster จะติดสถานะ หวาดกลัวแทน

Thunder Claws

Volibear เชื่อมต่อกับพลังสายฟ้า ซึ่งทำให้การโจมตีของเขาช็อตศัตรูด้วยสายฟ้าซึ่งจะชิ่งไประหว่างศัตรูด้วยกัน

Doran's Shield

พลังชีวิต +80
ฟื้นฟูพลังชีวิต +6 ต่อ 5 วินาที


UNIQUE Passive: บล็อคความเสียหายจากการโจมตีปกติของแชมป์เปี้ยน 8 หน่วย

Kindlegem

พลังชีวิต +200

UNIQUE Passive: ลดคูลดาวน์ +10%

Warmog's Armor

พลังชีวิต +1000

UNIQUE Passive: ฟื้นฟูพลังชีวิต 1% ของพลังชีวิตสูงสุด ทุก 5 วินาที

Frozen Heart

เกราะ +100
มานา +400
ลดคูลดาวน์ +20%


UNIQUE Aura: ศัตรูบริเวณรอบข้าง ความเร็วโจมตีลดลง 15%

Mercury's Treads

ต้านทานเวทย์ +25

UNIQUE Passive - Enhanced Movement: ความเร็วเคลื่อนที่ +45
UNIQUE Passive - Tenacity: ช่วยลดระยะเวลาของ สตัน, สโลว์, ยั่วยุ, หวาดกลัว, ใบ้, ตาบอด, เสกร่าง และหยุดการเคลื่อนที่ลดลง 35%

(Unique Passive ที่มีชื่อเดียวกัน จะไม่สามารถทำงานทับกันได้)

Rylai's Crystal Scepter

พลังชีวิต +400
พลังเวทย์ +100


UNIQUE Passive: สกิลของคุณ ที่สร้างความเสียหายให้ศัตรู จะลดความเร็วเคลื่อนที่ ของศัตรู 35% เป็นระยะเวลา 1.5 วินาที (15% สำหรับ สกิลที่โดนหลายเป้าหมาย และสกิลที่สร้างความเสียหายเป็นช่วงเวลา)

Prospector's Ring

พลังเวทย์ +35
ฟื้นฟูมานา +6


UNIQUE Passive - Prospector: พลังชีวิต +150

(Unique Passive ที่มีชื่อเดียวกัน จะไม่สามารถทำงานทับกันได้)

Frozen Heart

เกราะ +100
มานา +400
ลดคูลดาวน์ +20%


UNIQUE Aura: ศัตรูบริเวณรอบข้าง ความเร็วโจมตีลดลง 15%

Ionian Boots of Lucidity

UNIQUE Passive: ลดคูลดาวน์ +15%
UNIQUE Passive - Enhanced Movement: ความเร็วเคลื่อนที่ +45

(Unique Passive ที่มีชื่อเดียวกัน จะไม่สามารถทำงานทับกันได้)

''ไอเทมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อระลึกถึง สงครามแก้มือกับรัฐทางใต้ ที่ Ionia ชนะ Noxus ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ณ 20 CLE''

Odyn's Veil

พลังชีวิต +350
มานา +350
ต้านทานเวทย์ +50


UNIQUE Passive: ลดและกักเก็บความเสียหายเวทย์ที่ได้รับ 10%
UNIQUE Active: สร้างความเสียหายเวทย์ 200 + (เวทย์ที่กักเก็บไว้) (สูงสุด 400 หน่วย) ให้แก่ศัตรูรอบข้าง (คูลดาวน์ 90 วินาที)

Entropy

พลังชีวิต +275
พลังโจมตี +55


UNIQUE Passive - Rage: การโจมตีปกติจะช่วยเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วย เป็นเวลา 2 วินาที แต่ถ้าสามารถสังหารศัตรูได้ จะได้ความเร็วเคลื่อนที่เพิ่ม 60 หน่วย เป็นเวลา 2 วินาที - ถ้าหากแชมป์เปี้ยนสายโจมตีระยะไกล(Ranged) ใช้ไอเทมนี้ โบนัสความเร็วเคลื่อนที่ที่ได้จะเหลือเพียงครึ่งเดียว
UNIQUE Active: เพิ่มพลังให้แก่ตนเองเป็นระยะเวลา 5 วินาที การโจมตีปกติของคุณ จะทำให้เป้าหมายมีความเร็วเคลื่อนที่ลดลง 30% และสร้างความเสียหายจริงเพิ่ม 80 เป็นระยะเวลา 2.5 วินาที (คูลดาวน์ 60 วินาที)

(Unique Passive ที่มีชื่อเดียวกัน จะไม่สามารถทำงานทับกันได้)